littleffrog View my profile

สามัคคี คืออะไร

posted on 19 Jan 2012 21:47 by little-frog in Stories directory Fiction, Diary, Idea

 

เฮฮฮ !


เสียงเฮลั่นดังไปทั่วทั้งสนาม พร้อมกับเสียงกลองรัวดังกึกก้อง

....เราชนะแล้ว :)

 

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉันได้พบกับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ  

ในช่วงชีวิตของนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง 

และเชื่อว่าของหลายๆ คนก็เช่นกัน 

 

นั่นคือกีฬาสีค่ะ 

เป็นกิจกรรมที่แม่งานใหญ่คือ นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ห้า 

ก็พวกเรานี่เอง 

 

อันที่จริง จะเรียกว่าประทับใจทั้งหมดก็ไม่ถูกนัก 

เพราะเริ่มต้นมา ก็มีแต่ปัญหาทั้งนั้น 

เนื่องจากห้องฉันเป็นศิลป์ภาษาหนึ่งเดียวในระดับ สมาชิกก็มีน้อยคน 

แถมแต่ละคนโลกส่วนตัวสูงกันสุดสุด 

 

...นั่นทำให้ไม่มีห้องใดอยากทำงานร่วมกับห้องเราเลย U.U

 

ไปๆ มาๆ ด้วยความสงสาร หรืออะไรก็ไม่อาจทราบได้ 

เราก็ได้ห้องสายวิทย์คณิตมาจับคู่ทำงานร่วมกัน เราอยู่ สีฟ้า ค่ะ 

 

เริ่มแรกมา ความเห็นเรื่องคอนเซปต์ก็ขัดแย้งกันซะแล้ว 

แน่นอนว่า ใครใครก็อยากเข้าข้างห้องตัวเองกันทั้งนั้น 

แล้วยิ่งมาจากคนละสายการเรียนที่แตกต่างกัน นั่นยิ่งเพิ่มความแตกแยกให้สีเรา 

 

ทีละเล็ก ทีละน้อย 

ความไม่พอใจค่อยๆ เกิดขึ้น เมื่อหลายอย่างถูกเล่าผ่าน 

ปากต่อปาก 

คนต่อคน 

 

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว ก็ด้วยคำพูดนี่เอง 

จากหนึ่ง กลายเป็นสอง กลายเป็นสาม  

ความไม่พอใจเริ่มมากขึ้น แผ่ขยายไปมากมายเหมือนไฟลามทุ่ง 

 

จนห้องอื่น สีอื่นแซวทีเล่นที่จริงว่า สีเราแทบจะตบกันเองอยู่แล้วเชียว 

 

 

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันและเพื่อนทุกคนก็ยังคงเชื่อมั่นนะคะ 

ว่าเราจะต้องทำงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีให้ได้

 

ทุกวัน ทุกวันที่ผ่านมา

มันทำให้ฉันเกิดคำถามขึ้นลึก ๆ ว่า

แท้จริง ความสามัคคี มันอยู่ตรงไหนกันแน่

 

ความสามัคคี มันต้องรักใคร่กลมเกลียว เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

อย่างที่เขาว่า สามัคคีคือพลัง นี่นา

 

แต่นี่มัน ไม่เห็นจะเรียกว่าความสามัคคีได้ตรงไหนเลย

ทะเลาะ เขม่นกันทุกวัน บ่นอิดออดตลอดเวลา นั่นคือสิ่งที่เราเห็นกันและกัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

 

เราซ้อมร้องเพลงกันทุกเย็นก่อนวันกีฬาสี

แน่นอนว่า ไม่เคยมีคนอยู่ครบเลยค่ะ (ฮา)

 

 

จนกระทั่งมาถึงวันที่เรารอคอย วันกีฬาสี

แน่นอน เราสู้ สู้เพื่อชัยชนะ

เราเชียร์กีฬากันอย่างเต็มที่ ร้องเพลงกันอย่างชนิดที่ว่า

....ลืมความแตกแยกไปเลยล่ะ :D

 

สิ่งเดียวที่เรามี (จริง ๆ ต้องพูดว่าพยายามจะมี)

และเป็นสิ่งที่สีอื่นไม่มี นั่นคือ 'รอยยิ้ม'

ตลอดเวลาที่เราร้องเพลง เรายิ้ม ถ้าใครลืมยิ้ม เพื่อน ๆ จะช่วยกันเตือน

ช่วยกันบอกว่า ยิ้มนะ สู้นะ

 

เรายิ้มให้กรรมการ

ยิ้มให้เพื่อน ๆ ที่ทั้งมอง และไม่มองเราอยู่

ยิ้มให้นักกีฬาที่กำลังลงแข่ง ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สีเรา

และเรายิ้มให้กับตัวเอง

 

ภาพที่เห็น มันทำให้ฉันสะท้อนใจว่า

นี่ใช่สภาพเดียวกับที่เราทะเลาะกันเมื่อวันวานแน่หรือ

พวกเราที่มารวมตัวกันด้วยความบาดหมางเนี่ยนะ

ที่จะยิ้มให้กันและกันแบบนี้

 

แล้วฉันก็อดที่จะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ :)

 

ภาพนี้ ตอบคำถามฉันได้ทั้งหมดเลย

คำว่าสามัคคี ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยความร่วมมือตลอดไปหรอก

ระหว่างทาง บางทีเราก็ขัดแย้งกัน ถึงขั้นเบื่อหน่าย ไม่อยากจะทำแล้วก็ยังมี

 

แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำจริง ๆ มันก็ทำให้เราร่วมมือกันได้

ร่วมมือกันทั้งที่ความคิดสวนทาง, บางทีมันก็เป็นแรงกระตุ้นได้เหมือนกัน

ร่วมมือกันทั้งที่ยังยังไม่พอใจ, บางครั้งผลลัพธ์มันก็ออกมาดีกว่าที่คิด

 

เพราะความคิดที่ว่า ฉันจะต้องทำออกมาดีกว่า ฉันจะต้องเจ๋งกว่า

มันเป็นแรงผลักดันให้ตัวเรา และผลักดันให้คนรอบตัวเรา

สร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ต่อไปไม่สิ้นสุด

 

เมื่อแข็งเจอแข็ง ไม่มีใครยอมอ่อนกันทั้งคู่ เราก็สู้ไปด้วยกันแบบแข็ง ๆ เนี่ยแหละ

บางที มิตรภาพมันก็คงจะเกิดขึ้นจากตรงนี้นี่เอง

 

และในท้ายที่สุด เมื่อเราร่วมมือไปด้วยกันจนหมดแรง

ชัยชนะก็เป็นของเรา :)

 

ทุกคนคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าท้ายที่สุด

สิ่งที่พยายามกันมา มาสิ้นสุดกันที่ตรงนี้

 

ถ้วยรางวัลเล็กนิดเดียว

แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

.ความภาคภูมิใจ

 

ฉันเชื่อว่าเราทุกคนคิดแบบนี้

เราเคยกันคิดว่า กีฬาสีมีไว้ทำไม

ทำไปก็มีแต่ทะเลาะกัน ทั้งเสียดายเงิน เสียดายเวลา

 

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนั้น มันตอบเราได้นี่นา

 

เราอาจเคยทะเลาะกันบางครั้ง ความคิดสวนทางกันบางหน

แม้อะไรหลายอย่างจะเปลี่ยนไป

แต่คำว่า 'ตั้งใจ' กับ 'สู้ตาย'

...มันไม่เคยเปลี่ยนตาม :D

 

และท้ายที่สุด พวกเราทุกคนร่วมกันร้องเพลงสามัคคีชุมนุม

ร้องด้วยความรู้สึกฮึกเหิม ด้วยความรู้สึกที่เป็นทั้งผู้ชนะ และผู้แพ้ในเวลาเดียวกัน

ร้องอย่างไม่มีความแตกแยกหลงเหลือออยู่ในใจทุกคนอีกต่อไป  

 

มือไขว่มือ ประสานต่อกัน เราจับมือกันและกันไว้แน่น

และร้องเพลงด้วยความรู้สึกที่ว่า จบแล้วนะ มันจบลงแล้ว ทุกความพยายามของเรา

มาสิ้นสุดลงที่คำว่า ชัยชนะ ในวันนี้แล้ว

มันคงจะเป็นภาพความทรงจำที่อยู่กับฉันไปอีกยาวนานทีเดียว

 

ทั้งมิตรภาพ การทะเลาะเบาะแว้ง รอยยิ้ม  ความไม่พอใจ และถ้วยรางวัล

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งดีหรือไม่ดี ที่เราแบกรับไว้ร่วมกัน ผ่านมันมาด้วยกัน

 

สำหรับฉัน นี่แหละ ความสามัคคีที่แท้จริง :)

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ความสามัคคีย่อมชนะทุกอย่างในทางที่ดีน่ะopen-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#45 By moneyDee (103.7.57.18|182.53.176.106) on 2013-01-18 11:20

อยากให้คนในประเทศเรามีความสามัคคีกันจัง

#44 By 3hra (103.7.57.18|182.53.184.183) on 2013-01-18 10:11

ถ้าคนเรามีความสามัคคีกันจะทำให้ประเทศเราเจริญรุ่งเรือง

#43 By classi (103.7.57.18|182.53.190.244) on 2013-01-15 17:29

คนเราเกิดมาต้องมีความสามัคคีกันไว้ค่ะ

#42 By BUYY (103.7.57.18|182.53.190.244) on 2013-01-15 08:14

สามัคคี คือพลัง
แต่คนสมัยนี้ขาดความสามัคคี เลยทำให้งานออกมาไม่ไดีเท่าที่ควร

#41 By BUYY (103.7.57.18|182.53.190.244) on 2013-01-15 08:01

ความสามัคคี เป็นทรัพย์อันประเสริฐ ที่ไหนมีความสามัคคีที่นั้นมีความเจริญ

#40 By market (103.7.57.18|182.53.171.53) on 2013-01-14 17:39

การร่วมมือกันทำงาน นำมาซึ่งความสำเร็จ แบ่งแยกให้ถูก แล้วจะออกมาดีค่ะ

#39 By book (103.7.57.18|182.53.171.53) on 2013-01-14 13:35

ใช่เลยค่ะ สามามัคคี คือพลัง คำนี้เป็นนิรันดร์ตลอดกาลค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ

#38 By organicfood (103.7.57.18|182.53.168.225) on 2013-01-09 14:01

ข้อคิดโดนๆเหมือนเดิมนะครับท่าน Hot! Hot! Hot!

#37 By TabO on 2012-02-24 16:24

กีฬาสี่นี่มันดีนะ
ตอนพี่มอหกก็เหมือนกัน
มอหกรับผิดชอบมีเด็กสายวิทย์สายศิลป์ ตีกันมากเลยแหละ ความเห็นไม่ค่อยตรงกัน ตอนนี้คิดว่ามันสามัคคีตรงไหนเนี่ย

แต่สุดท้ายแล้วเราก็รู้ว่ามันสามัคคีตรงที่เรายอมรับความคิดเห็นที่ต่างกันได้เนี่ยแหละน้อ :) Hot!

#36 By Bluezy* on 2012-02-04 11:24

โอ้ว เจ้าสุดยอดมาก Hot!

#35 By kae on 2012-01-27 12:16

แตกต่าง แต่ไม่แตกตัว สินะ ตรงนี้surprised smile big smile open-mounthed smile confused smile double wink Hot!

#34 By บุรุษนิรนาม on 2012-01-25 20:11